ก็แค่อยากจะเขียน

เรื่องราวธรรมดาๆ กับคนธรรมดาๆ

ความเหงา

          ผมว่าความเหงากับมนุษย์โลกคงเป็นของคู่กันนะครับ…         

          อาจจะไม่เชิงเป็นคู่หูดูโอเหมือน ลิฟท์กับออย (เก่าได้อีก..) กอล์ฟ-ไมค์  อัสนี-วสันต์(อันนี้รุ่นเดอะ) เบิดร์กะฮาร์ทพี่เวียร์และน้องแพนเค้ก  พอดีกว่า ชักเลอะเทอะแล้ว แต่อย่างไรก็ดี เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเราไม่เคย “เหงา”

          ผมก็เคยเหงา คุณก็เคยเหงา ไอน์สไตน์ก็เคยเหงา พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็เคยเหงา น้าแม้น ป้าพร ใครต่อใครก็เคยประสบกับภาวะ “ความเหงา” กัดกินหัวใจกันทั้งนั้น ไม้เว้นแต่ “พระพุทธเจ้า” ก่อนออกผนวช ตอนที่ท่านยังคงอยู่ในฐานะ “เจ้าชายสิทธัตถะ” ผมคิดว่าท่านก็ต้องเคย “ทรงเหงา” เช่นเดียวกัน (เล่นของสูงไปไหมเนี่ย…)

          ในเมื่อ “ความเหงา” มันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถสลัดทิ้งไปได้อย่างถาวร เพราะฉะนั้น เรามาลองเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเจ้าตัว “ความเหงา” นี่ดีไหมครับ

          แทนที่เราจะยี้มัน ตั้งข้อรังเกียจ พยายามจะไล่มันออกไปให้พ้นๆ อย่ามาให้เห็น เพราะรู้สึกขวางหูขวางตาเสียเหลือเกิน ผมว่าเราน่าจะหันกลับมามองและพิจารณาเจ้าตัว “ความเหงา” นี้อีกทีนะครับ ลองสบตามัน ลองยิ้มให้มัน หลอกล่อบ้างตามอารมณ์ แล้วจะรู้ได้เลยว่า “ความเหงา” มันเป็นมิตรมากกว่าที่เราคิดไว้เยอะเชียวหล่ะ

          นอกจากที่มันจะเป็นมิตรกับเราแล้ว ลองทำความรู้จักกับมันดูอีกซักนิดซิครับ แล้วพวกคุณจะรู้ว่า เราสามารถจัดการมันได้อย่างไม่ยากเลย แล้วแต่ว่าใครจะใช้วิธีอะไร ปรับใช้เอาเองตามความเหมาะสม บ้างก็ฟังเพลง บ้างก็อ่านหนังสือ ขี้เมาธ์หน่อยก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไล่ดูว่า วันนี้ใครจะเป็นเหยื่อของชั้น (ฮา…) นั่นเห็นไหมครับ วิธีง่ายๆแค่นี้ คุณก็สยบ “ความเหงา” ได้ด้วยตัวคุณเอง

          เหงาบ้างพอเป็นกระสัย ประมาณว่า “เหงาวันละนิด..จิตแจ่มใส” ก็ดีนะครับ ผมคิดว่าบางทีถ้าคนเรารู้สึก “เหงา” ขึ้นมาบ้าง ก็จะทำให้เราหันมองมองตัวเองมากขึ้น หันมาพิจารณาในสิ่งที่ตนเคยทำไว้ รวมไปถึงหันมาสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวบ้าง ประมาณว่าได้อยู่กับตัวเองและสิ่งแวดล้อมรอบตัวซะบ้าง พวกคุณวิ่งตามโลกมานาน หยุดพักเสียก่อนแล้วค่อยออกเดินทางต่อ นอกจากนี้ผมคิดว่ายังทำให้คนเรารู้สึกแอคทีฟขึ้นด้วยนะครับ งงล่ะซิ…แอคทีฟอย่างไร ก็มันทำให้คุณลุกขึ้นมาหาอะไรทำไง อ่านหนังสือ ฟังเพลง ดูหนัง ฯลฯ ดีกว่านอนตีพุงขึ้นอืดอยู่บ้านเป็นไหนๆ

            เห็นไหมครับ เจ้าตัว “ความเหงา”นี่ไม่น่ากลัวเลยนะครับ ออกจะน่ารักน่าชัง น่าหยิกแกมหยอก ผมคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ความเหงา” หรอกครับ แต่อยู่ที่ “คนเหงา” แล้วไม่สามารถจัดการกับ “ความเหงา” ของตนเองได้มากกว่า (งงไหม…)

            ลองเปิดใจรับเพื่อนใหม่คนนี้ดูนะครับ แล้วปฏิบัติกับมันดีๆด้วยหล่ะ แล้วจะรู้ว่ามันน่ารักขนาดไหน (แต่ถ้าดื้อด้านมากนัก ก็สั่งสอนได้ตามสมควร)

            ยิ้มครับ ยิ้มเข้าไว้ “ยิ้มให้กับความเหงา อย่างคนคุ้ยเคย”^^
_________________________________________________________


มีนาคม 21, 2008 - Posted by | Uncategorized

2 ความเห็น »

  1. แล้วตอนนี้ กำลัง”รอใครมาหยุดมัน”(เหมือนผม)หรือเปล่านะ?

    ความเห็น โดย Jenny | มีนาคม 28, 2008 | ตอบกลับ

  2. แล้วกำลัง”รอใครมาหยุดมัน”(เหมือนผมตอนนี้…)หรือเปล่านะ?

    บางที ความเหงามันก็ร้ายนะ…

    ความเห็น โดย DaMeDi | มีนาคม 28, 2008 | ตอบกลับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: