ก็แค่อยากจะเขียน

เรื่องราวธรรมดาๆ กับคนธรรมดาๆ

เดือนที่ผมป่วย(ระบายความเศร้า..)

     เดือนเมษายนปีนี้…ไม่เหมือนกับเดือนเมษายนปีที่ผ่านๆมา

     ไม่เหมือน…ไม่มีวันเหมือน เป็นเดือนที่เปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งไปตลอดกาล-อาจจะกล่าวเกินจริง แต่ ณ เวลานี้ ก็ถือว่าใช่

     ณ ช่วงเวลานี้ เมื่อปีที่แล้ว พุทธศักราช 2550 ผมได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

     ทางร่างกาย กับอาการกล้ามเนื้อขาฉีก โทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง สะเพร่า ดูแลตัวเองไม่ดีพอ ผลกรรมที่ได้รับคือทรมานกับอาการบาดเจ็บร่วมสี่เดือน เดินไปไหนไม่ได้ ลำบาก ใช้ไม้ค้ำ-พยุงค้ำร่างกายให้สามารถก้าวเดินต่อไปได้ แต่สุดท้าย ไม่นานก็หายดี บาดเจ็บทางกาย ไม่นานเราก็รักษาหายได้ ขอเพียงมีความอดทนและมีจิตใจที่เข้มแข็งพอ..
     ____________________

     แต่ผมก็ไม่เข้าใจ บาดเจ็บทางกายยังรักษาได้ แต่บาดเจ็บทางใจ ทำไมรักษาไม่หาย มันเหมือนโรคเรื้อรัง เป็นเซลล์มะเร็ง ที่ทำได้แค่ประคองไว้เพื่อให้อาการทรงตัว  ถ้าร่างกาย-จิตใจอ่อนแอ อาการก็จะกำเริบ ทรุดหนักลงกว่าเดิมอีก เหมือนที่ผมเป็นอยู่ในตอนนี้ แย่จริงๆ…

     ณ ช่วงเวลานั้น ถ้าผมมีไม้ค้ำ-ช่วงพยุงร่างกาย ผมก็มี “คุณ”-ช่วยพยุงจิตใจ ให้ผมเข้มแข็งและมีกำลังใจที่ดี สามารถต่อสู้กับคืนวันอันโหดร้ายได้ ณ เวลานั้น ผมอยากจะหายเร็วๆ นับวันนับคืน เร่งทำกายภาพบำบัด ออกกำลังกายตามที่หมอสั่ง ไม่ใช่เพื่อตัวผมเอง แต่ผมทำเพื่อ “คุณ” ผมคิดว่า ถ้าผมหายดี ผมคงได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคุณ มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อคุณมากกว่านี้ ผมคิดว่าคนอย่างผมน่าจะดูแลคุณได้-ท่าร่างกายผมพร้อม ผมยังหวังเล็กๆในใจอีกว่า เราสองอาจจะได้ไปเที่ยวด้วยกันบ้าง ไปดูหนัง, ทานข้าว ฯลฯ หรือไปไหนก็ได้ที่ทำให้ผมได้เดินอยู่ข้างคุณ เดินด้วยสองขาของผมที่ไม่ต้องพยุงด้วยไม้ค้ำ เราทั้งสองน่าจะก้าวเดินไปพร้อมๆกันได้ และคราวนี้ผมจะเป็นฝ่ายดูแลคุณบ้าง คุณจะได้ไม่ลำบากเพราะผมอีก….

     สุดท้ายความคิดของคนเราก็ก้าวไปไกลกว่าความเป็นจริง ถ้าความจริงคือการเดินเท้า ความคิดของผมอาจจะวิ่งเต็มฝีเท้า หรือไม่ก็ห้อเต็มเหยียดอยู่บนหลังม้า มันก้าวไปไกลเหลือเกิน เมื่อลืมตาตื่นจากฝัน เมื่อผมพบว่าสภาพร่างกายผมหายดี ผมก็ไม่มีคุณอยู่เคียงข้างซะแล้ว-คุณจากผมไปแล้วจริงๆ
     ____________________

     คุณโชคชะตาอาจจะมีอารมณ์ขันมากเกินไปหน่อยหรือเปล่า ทำไม่ถึงได้เล่นตลกใส่ผมอยู่ตลอดเวลา ไม่ไปหาคนอื่นบ้าง

     ผมคงโทษใครไม่ได้ นอกจากตัวผมเอง

     ผมอาจจะคาดหวังกับคุณมากเกินไป หรือบางทีผมอาจจะรักคุณง่ายเกินไป แต่ไม่ว่าจะหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้าประการสุดท้ายมันก็ได้คำตอบว่า “ผมรักคุณ” อยู่ดี มันอาจจะถลำลึกมากเกินไป เกินไปกว่าที่คนอย่างผมจะรู้สึกตัว เมื่อมารู้สึกตัวอีกที มันก็สายเกินไปเสียแล้ว สายเกินแก้-ยิ่งพยายามแก้ ยิ่งพันกันจนยุ่ง

     ถ้าเขาว่าผู้หญิงลืมยาก ผมคงเป็นผู้ชายที่ไม่เคยลืม….

     คุณเคยบอกผมว่าคุณลืมไปแล้วว่าเราทั้งสองพบกันครั้งแรกเมื่อไร แน่นอน…ไม่แปลก เพราะผมคงไม่ใช่คนที่น่าจดจำเท่าไร หน้าตาดูโหดร้าย ไม่เหมาะกับคณะอันทรงเกียรติอย่างคณะอักษรศาสตร์ ท่าทางดูเถื่อนๆและไม่เป็นมิตรแบบนี้ คุณคงไม่อยากจดจำเท่าไรนัก ผมมันหน้าตาไม่ดีและไม่ได้เป็นหลีดเสียด้วย…

     แต่วันที่เราพบกันครั้งแรก มันยังประทับอยู่ในจิตใจผมอยู่จนถึงทุกวันนี้..

     ไม่ใช่เหตุการณ์โรแมนติกดั่งในนิยายน้ำเน่า ที่พระเอกนางเอกวิ่งสวนทางมาชนกัน ทำสมุดร่วงลงพื้น กุลีกุจอช่วยกันเก็บ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาตาต่อตาประสานกันปิ๊งๆ …นั่นมันมีแต่ในนิยาย (คิดว่านะ..)

     ผมเป็นแค่สมาชิกในชมรมดนตรีสากล ที่เสนอหน้าไปดูการออดิชั่นนักร้องสำหรับชมรมดนตรีสากลเท่านั้น

     ส่วนคุณก็เป็นหนึ่งในนักร้องหญิง ที่มาออดิชั่นในวันนั้น  คุณร้องเพลงญี่ปุ่น-เพลงอะไรผมก็ไม่รู้หรอก ตอนนั้นผมคิดว่าเสียงของคุณใช้ได้เลยนะ แค่สะกิดใจตรงที่ทำไมเราไม่เคยเห็นเด็กคนนี้มาก่อน แล้วอีกอย่าง ทำไมไม่ใส่ peppermint (วะ)

     เมื่อคุณร้องจบลง คณะกรรมการก็วิจารณ์ แล้วก็บอกว่าจะประกาศผลทีหลัง ผมมีความรู้สึกว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราคงได้พบกันอีก-ไม่ช้าก็เร็ว วันนั้นผมยังแอบเคืองพี่ที่วิจารณ์อยู่เลย เพราะเขาบอกว่า “เสียงก็ดีนะ แต่หน้าตาแบบนี้คงให้ขึ้นเวทีไม่ได้หรอก” บางที มาตรฐานของคนเราอาจจะต่างกันเกินไปก็ได้
     ____________________

     นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา คุณก็อยู่ในใจผมมาตลอด อยู่โดยที่ไม่มีใครรู้-และผมก็ไม่อยากให้ใครรับรู้ด้วย

     อาจจะเป็นโชคดี หรือบางทีโชคร้าย ที่ทำให้เราสองคนรู้จักกันมากขึ้น…

     มากขึ้น……………………

     และมากขึ้น………………………………………………………

     บางทีการเริ่มต้นที่สวยงาม ก็ไม่จำเป็นที่จุดจบจะต้องสวยงามด้วย-นี่คือสัจธรรมข้อใหม่ที่ผมพึ่งค้นพบ

     ชีวิตจริง โหดร้ายกว่าที่เราคิดและจินตนาการเยอะครับ
     ____________________

     คงไม่กล่าวถึงว่าผมได้ประสบพบเจอเหตุการณ์อะไรมาบ้าง เพราะว่าเหตุการณ์บางเรื่องมันน่าจะเป็นเรื่องที่รับรู้กันเพียงสองคนดีกว่า

     น่าเสียดายที่ว่า อีกคนหนึ่งคงลืมเรื่องราวดีๆไปหมดแล้ว แต่อีกคนหนึ่งยังคงไม่ลืม และไม่มีทีท่าว่าจะลืมด้วย

     ผมยังคงจำถ้อยคำที่คุณพุดได้ ทุกถ้อยคำที่คุณเคยพูด…ทุกสัมผัส สายตาและท่าทาง เสียงหัวเราะและรอยยิ้มของคุณ

     แม้กระทั่งวัน และเวลาที่คุณโทรมาบอกลาผม.. ผมยังจำได้ เหมือนมันพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

     บางที อาจจะเป็นเพราะว่ามันใกล้เวียนมาบรรจบครบรอบแล้ว ก็เลยทำให้จิตใจผมอ่อนแอผิดปกติ ยิ่งใกล้วันขึ้นมาเท่าไร ผมก็ยิ่งคิดถึงคุณมากขึ้นเท่านั้น อาจจะมากเกินไป

     จนต้องมานั่งระงับอารมณ์ ด้วยการเขียนระบายในบล็อกแบบนี้…
     ____________________

     เรื่องราวมันก็ผ่านมานานแล้ว นานมากจนอดคิดไม่ได้ว่า ทำไมผมถึงตัดคุณออกจากใจไม่ได้ซักที

     คนอื่นผมยังทำได้ ทำไมทีกับคุณ ผมถึงทำไม่ได้ หรือว่าเรื่องแบบนี้เราไม่ควรจะมานั่งกลุ้มหาคำตอบ ควรจะจัดการที่ตัวปัญหาเสียมากกว่า-แต่ก็นั่นแหล่ะ เป็นปัญหาที่ผมไม่สามารถจัดการได้ซักที

     เมื่อผมไม่ใช่-และไม่มีวันใช่สำหรับคุณ ผมก็ควรจะตัดใจ แล้วเดินจากไปได้แล้ว

     ผมพยายามเดินออกจากคุณไปแล้ว เหมือนที่คุณสัมผัสได้จากตา แต่ความจริงใจผมไม่เคยเดินห่างจากใจคุณเลย

     เพียงแต่ใจคุณไม่เคยเดินเข้าหาใจผมเท่านั้น-และคงไม่มีวันนั้นเกิดขึ้น

     เมื่อเขียนมาถึงตรงนี้…ผมรู้สึกได้เลยว่า ร่างกายเริ่มอ่อนล้าลงทุกที จังหวะที่นิ้วเคาะแป้น มันสะเทือนไปถึงหัวใจเลยทีเดียว อาจจะฟังดูน้ำเน่าไปหน่อย แต่สักวันหนึ่ง พวกคุณคงเข้าใจในสิ่งที่ผมเป็นอยู่ แต่อย่างน้อย ก็หวังว่าพวกคุณคงจะเข้มแข็งมากกว่าผม และก้าวผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายได้อย่างรวดเร็ว

     อย่าเป็นเหมือนผม ที่ตกอยู่ในห้วงอดีต จมลึก….ปีนป่ายกลับขึ้นมาไม่ได้ซักที
     ____________________

     นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เราอาจจะไม่ได้พบเจอกันอีก อาจจะผิดที่ตัวผม ที่มันอ่อนแอเกินไป ไม่เข้าหาคุณเอง ทั้งๆที่คุณเป็นคนที่ผมอยากเจอมากที่สุด แต่เอาเถอะ…เหตุผลทั้งหมด ผมเคยได้บอกกับคุณไปหมดแล้ว หวังว่าคุณคงเข้าใจผม ซักวัน…

     อาจจะไม่ได้พบกันอีก….แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะลืมคุณได้

     ผมก็หวังว่าสักวันหนึ่ง…เราทั้งสองคนคงจะกลับมายืนในจุดเดียวกันได้อีก…แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้ระยะเวลานานเท่าไรก็ตาม

     ผมไม่รับปากว่าผมจะทำได้ แต่ผมจะพยายาม-ถึงแม้คุณอาจจะคิดว่าผมไม่เคยพยายามเลยก็ตาม

     ช่วงเวลาที่ผมได้อยู่กับคุณ มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่สั้นนัก-สั้นมากจนกระทั่งทำให้ใครต่อใครคิดว่าผมไม่น่าจะเป็นมากถึงขนาดนี้ แต่ความจริง เวลาไม่น่าจะเป็นสิ่งที่วัดว่าใครคนหนึ่งจะรักอีกคนมากหรือไม่

     บางที แค่ลมพับวูบหนึ่ง หรือว่าสบตากันเพียงครั้งเดียว ก็อาจจะทำให้คนเรารักก็ได้

     ช่วงเวลาความสุขของคนเราช่างสั้นนัก รวมถึงช่วงเวลาความสุขของผมด้วย แต่ผมก็ยอมรับว่าผมมีความสุขมาก เวลาที่มีคุณอยู่ใกล้ๆหรือว่าได้อยู่ใกล้ชิดกับคุณ เวลาคุยกับคุณ เวลามองคุณ ไม่ว่าจะเป็นมองตรงๆ-หรือว่าแอบมอง จากมุมที่ห่างไกลก็ตาม

     สิ่งที่ผมเคยบอก เคยพูดออกไป หรือแม้ที่กำลังเขียนอยู่ในขณะนี้-ซึ่งคุณคงไม่เข้ามาอ่าน ผมไม่ได้บอกว่าคุณจะต้องเชื่อคำพูดของผมทั้งหมด แต่ผมอยากจะบอกว่า ถ้อยคำที่พูดหรือว่าได้เขียนไว้ เป็นถ้อยคำที่ออกมาจากใจทั้งหมด คิดอย่างไร พูดอย่างนั้น-เขียนอย่างนั้น ถ้ามันตรงเกินไป หรือว่าทำให้คุณลำบากใจที่จะรับฟัง ผมก็ต้องขอโทษด้วย ในสิ่งที่ผมทำไปทั้งหมด

     CD ที่ผมไรท์ไว้ให้ตอนวันเกิด ผมรู้ว่าเพลงมันเพ้อมาก-ผมขอโทษ แต่ว่าเป็นสิ่งที่ผมทำให้ด้วยใจ คุณเป็นผู้หญิงคนแรก-และคนสุดท้าย ที่ผมจะทำแบบนี้ให้ ของขวัญจากใจผู้ให้ แต่ถ้าผู้รับไม่เห็นค่าของมัน…ก็เท่านั้น

     สุดท้าย…สิ่งที่ผมเคยทำไว้ อาจจะไม่เพียงพอ หรือว่าไม่ดีพอสำหรับคุณ ถึงผมจะเสียใจ-แต่ผมก็ไม่เสียดาย เพราะผมได้ทำเต็มที่แล้ว ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน… ผมเป็นคนหยิ่งในตัวเองมากนะ แต่เมื่อมาเจอคุณ ผมลืมไปแล้วว่าผมเป็นคนอย่างไร ผมกลายเป็นคนอ่อนแอทันที เมื่อนึกถึงเรื่องราวของเรา-เรื่องราวในอดีตที่ไม่สามารถหวนคืนได้

     ซักวันหนึ่ง คุณคงเจอคนที่ใช่ เจอคนที่คุณต้องการ เมื่อถึงเวลานั้น ผมคงพูดได้ไม่เต็มปากหรอกว่าผมดีใจ ผมคงจะดีใจไปกับความสุขของคุณ แต่ในขณะเดียวกัน มันคงเป็นวันที่ผมเศร้ามากที่สุดเช่นกัน… เศร้าเพราะผมคงจะเสียคุณไปตลอดกาล

     ช่างเถอะ…..สุดท้าย ผมขอให้คุณโชคดี มีความสุขในชีวิต

     ตัวผม คนอย่างผม คงทำได้ดีเท่านี้…………………แต่ก็ดีไม่พอ สำหรับคุณอยู่ดี

     ความจริงยังมีอีกหลายสิ่งติดค้างอยู่ในใจ แต่จะให้เขียนระบายทั้งหมด ก็ไม่มีวันจบสิ้น ถ้าผมเขียนลงกระดาษ ป่านนี้..มันคงเปียกไปหมดแล้ว..

     แต่เอาเถอะ น้ำตาของผม มันคงไม่มีค่าพอสำหรับคุณหรอก

     อย่างไรก็ดี….ขอให้โชคดีนะครับ

     ผมเข้าใจแล้วว่า คนบางคนฟ้าส่งให้มาเจอกัน แต่ไม่ได้ส่งมาให้รักกัน

     ผมเข้าใจถ่องแท้ ก็เพราะ “คุณ”

สวัสดีครับ

     ____________________
     ช่วงเดือนนี้ คงมีแต่เรื่องเศร้าเต็มบล็อกผมไปหมด ขออภัยล่วงหน้าด้วย
     มวลความเศร้า คงปกคลุมบล็อกนี้ช่วงระยะหนึ่ง…แต่ไม่นานหรอกครับ
     เดือนนี้ผ่านพ้นไปทุกอย่างคงจะดีขึ้น (ผมหวังว่านะ…)

 

 

 

เมษายน 13, 2008 - Posted by | Uncategorized

1 ความเห็น »

  1. “คุณคงไม่อยากจดจำเท่าไรนัก ผมมันหน้าตาไม่ดีและไม่ได้เป็นหลีดเสียด้วย…”

    เป็นหลีด…แล้วไง…(อ่ะ ว้อเว่น…)

    โนว คอมเม้นต์ค่ะ

    ความเห็น โดย DaMeDi | เมษายน 16, 2008 | ตอบกลับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: